top of page
Search

ตอนไหนถึงจะเก็บเกี่ยวได้?

  • Aug 4
  • 1 min read

หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนไหนถึงจะเก็บเกี่ยวได้ วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้ทุกคนได้อ่านกัน สามารถติดตามได้ในโพสต์นี้เลยครับ

ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวพืชสมุนไพรนั้นมีระยะเวลาที่ไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และสภาพแวดล้อมในการปลูก โดยสายพันธุ์ออโต้มักอยู่ที่ประมาณ 2-3 เดือน ส่วนสายพันธุ์โฟโต้โดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 4 เดือน โดยก่อนการการเก็บเกี่ยวนั้นมีวิธีสังเกตุได้ง่ายๆ คือ


#เกสรตัวเมีย (Pistils) โดยดูที่สีของเกสรตัวเมียบริเวณช่อดอก ถ้าดอกพร้อมสำหรับเก็บเกี่ยว สีของเกสรจะเป็นสีส้มหรือสีน้ำตาล ขดม้วนเข้าด้านใน ซึ่งสีของเกสรนั้นอาจะเปลี่ยนไปขึ้นกับสภาวะแวดล้อมภายนอก ซึ่งจะต้องดูสีของไตรโครมประกอบด้วย


#ไตรโคม (Trichomes) มีรูปทรงคล้ายเห็ด เป็นส่วนที่พืชผลิตและกักเก็บเทอร์พีน แคนนาบินอยด์ และฟลาโวนอยด์มากที่สุด ซึ่งไตรโครมนั้นเป็นกลไกในการป้องกันตัวของพืชจากแมลงและการไหม้ของแสงแดด โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับเก็บเกี่ยวจะเป็นช่วง Milky Trichome หรือ Mixed Trichome โดยถ้าลักษณะของไตรโครมมีสีขาวขุ่นประมาณ 70% และ/หรือสีเหลืองอำพัน 30% ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้เลย

โดยขั้นตอนหลังจากตัดลำต้นสดแล้ว เราจะทำการตากแห้ง เพื่อกำจัดกลิ่นเขียวคลอโรฟิลล์ออกไป โดยต้องคุมความชื้น ให้อยู่ที่ 45-55% และรักษาอุณหภูมิประมาณ 20–25 °C หลังจากนั้นจึงทำการตัดแต่งทริมใบออก โดยการทริมนั้นมี 2 รูปแบบคือ


#การทริมเปียก (Wet Trimming) คือ การตัดแต่งทริมใบออกขณะที่ดอกยังสดและชื้นอยู่ จากนั้นนำไปแขวนตากประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งการทริมเปียกจะทำทันทีหลังเก็บเกี่ยวและจะทริมทั้งหมดในครั้งเดียวก่อนที่ดอกจะเริ่มแห้ง 

- ข้อดี คือ ใช้ระยะเวลาตากแห้งไม่นาน 

- ข้อเสีย คือ ดอกมีความเหนียวมากทำให้ตัดแต่งได้ยากและใช้เวลานาน


#การทริมแห้ง (Dry Trimming) คือ การทริมใบในช่อดอกออกหลังจากที่ดอกแห้งแล้ว โดยเช็คความแห้งได้จากการหักกิ่งแล้วเปราะ ใช้ระยะเวลาตากประมาณ 10-14 วัน 

- ข้อดี คือ ดอกจะแห้งช้ากว่า ทำให้รสชาติและคุณภาพดีขึ้น การตัดแต่งง่ายไม่เหนียวเหมือนแบบทริมเปียก 

- ข้อเสีย คือใช้ระยะเวลาตากนานอาจทำให้ใบในช่อดอกมีความชื้นสูงเพิ่มโอกาสในการเกิดเชื้อรา


 
 
 

Comments


bottom of page